ข้างบ้านเรา

ข้างบ้านเรา

| | Share

ผู้ลี้ภัยกว่าห้าพันคน ในตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน และผู้พลัดถิ่นในประเทศอีกจำนวนมหาศาลในตำบลมูเซและผาซอง ตอนใต้ของรัฐกะเรนนี เป็นผู้ลี้ภัย-ผู้พลัดถิ่นใหม่ ที่ไม่มีประสบการณ์การพลัดถิ่นฐานเหมือนกับชาวกะเหรี่ยง หรือชาวกะเรนนีในตอนเหนือ

พื้นที่ตอนใต้เป็นเขตอิทธิพลของกองกำลัง KnSO (Karenni National Solidarity Organization) และ KnPLF (Karenni National People’s Liberation Front) ซึ่งตกลงหยุดยิงกับกองทัพพม่าไปตั้งแต่ปี 1994 หรือเกือบ 30 ปีที่แล้ว 

ชาวบ้านที่เผชิญกับการพลัดถิ่นฐานครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี และสำหรับหลาย ๆ คนคือการพลัดถิ่นฐานครั้งแรกในชีวิต เสียงของสงคราม ปืนใหญ่ และระเบิดครั้งแรกในชีวิต นำมาซึ่งความเครียดและความทุกข์ยากอย่างสาหัส คนจำนวนหนึ่งมาจากเขตเมืองที่ไม่เคยแม้แต่จะก่อไฟหุงข้าว การปรับตัวกระทันหันอย่างสุดขั้วไม่ใช่เรื่องง่าย

รัฐไทยเปิดให้ผู้คนเข้ามาพักพิงได้โดยยังไม่มีการกดดันให้กลับในสถานการณ์ที่เครื่องบินรบยังทิ้งระเบิดไม่เว้นแต่ละวัน หากการเข้าถึงขององค์กรมนุษยธรรมยังคงจำกัดอยู่มาก ชาวบ้านกว่าห้าพันคนยังต้องการการดูแลจากมืออาชีพในด้านงานมนุษยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสาธารณสุขและสุขภาพจิต ในพื้นที่พักพิง มีรายงานของผู้เสียชีวิตจากโรคเรื้อรังทั้งทั้งคนชราและคนวัยกลางคน ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีการอพยพพลัดถิ่นฐาน หรือหากชาวบ้านสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีความพร้อมมากกว่านี้

ที่สำคัญ ผู้คนจำนวนมหาศาลที่ติดกับอยู่ในรัฐกะเรนนี กำลังขาดแคลนความช่วยเหลืออย่างหนัก แม้กระทั่งศูนย์ผู้พลัดถิ่น (IDP) ติดชายแดนไทยทางตอนเหนือตรงข้ามอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ก็ประสบปัญหาการถูกปิดกั้นมิให้ความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องทางประเทศไทยเข้าถึง การส่งความช่วยเหลือผ่านจุดผ่อนปรนเข้าทางตอนใต้รัฐกะเรนนี เพื่อขนย้อนขึ้นเหนือไปยังจุดพักพิง IDPs ตอนเหนือที่มีอยู่มากมายทั่วรัฐก็ไม่อาจทำได้อีกต่อไป เมื่อพื้นที่ตอนใต้กลายเป็นสนามระเบิดเสียเอง

เรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นอยู่ข้างบ้านของเรา

วีดีโอจาก Thapanee Eadsrichai

Related