บันทึกโควิด โดย สว่า เฮ หม่านักเรียนหญิงชั้นม. 1 (ชั้นปีที่ 7) โรงเรียนแลเบง แม่สอด จ.ตาก

บันทึกโควิด โดย สว่า เฮ หม่านักเรียนหญิงชั้นม. 1 (ชั้นปีที่ 7) โรงเรียนแลเบง แม่สอด จ.ตาก

| | Share

ในช่วงโควิดระบาด ครอบครัวของฉันเจอกับปัญหามากมาย พอเกิดการระบาดในแม่สอด สถานที่ทำงานต่าง ๆ ต้องปิด พ่อกับแม่ของฉันก็ตกงานทันที พวกเขาหางานรับจ้างทำไม่ได้เลย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในบ้านเยอะมาก ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ค่าน้ำ และอีกสารพัด พ่อกับแม่ต้องไปขอยืมเงินคนอื่น บ้านเราต้องเป็นหนี้ขณะที่อาหารและสินค้าทุกอย่างแพงขึ้น อีกทั้งยังมีของที่จำเป็นให้ต้องซื้อเพิ่มขึ้นอีก นั่นคือ คือหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งแพงเอามาก ๆ
เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม พ่อกับแม่ก็มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มอีกสำหรับฉัน เช่น ค่าสมุด ดินสอ ปากกา ไม้บรรทัด กับของใช้ต่าง ๆ ซึ่งตัวฉันที่เรียนก.ศ.น.ไทยด้วยนั้น ก็ต้องมีค่าหนังสือเรียนภาษาไทยซึ่งแพงกว่าภาษาพม่าด้วย ปกติเราก็ไม่มีเงินอยู่แล้ว พ่อกับแม่ก็เลยต้องไปขอยืมเงินคนอื่นเพื่อมาซื้อข้าวของเหล่านี้ให้ฉัน
แต่พอเปิดเทอมจริง ฉันก็ได้พบว่า การเปิดเทอมนี้เราไม่ได้ไปโรงเรียนหรอก
เพราะโรงเรียนเด็กข้ามชาติในแม่สอดทุกแห่งไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ เด็ก ๆ ลูกแรงงานอย่างเราไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้เพราะไม่มีเครื่องมือ เจ้าหน้าที่จึงให้โรงเรียนจัดสอนแบบโฮมเบสแทน
การเรียนการสอนแบบโฮมเบสนี้ คือเราไม่ได้ไปที่โรงเรียน แต่ต้องไปรวมกันที่บ้านของเพื่อน หรือสถานที่ที่ครูหาไว้ให้ ครูจะมาส่งแบบฝึกหัดให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม อธิบายวิธีทำให้ แต่ก็ไม่มีโอกาสสอนได้เต็มที่ทั้งวันเหมือนก่อน เมื่อเป็นแบบนี้ เราจึงไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก มีหลายสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจเลย
ที่ลำบากอีกอย่างก็คือ การเรียนแบบนี้สิ้นเปลืองค่าเอกสาร เพราะครูไม่สามารถจะเขียนบนกระดานและรอให้เราจด แต่ต้องถ่ายเอกสารมาแจก พวกเราต้องช่วยครูจ่ายค่าถ่ายเอกสารด้วย บางวันฉันก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเอกสารนี้ครู แต่ครูก็เข้าใจและเอาให้อยู่ดี การมาเรียนแบบนี้ฉันจะไม่ได้ค่าขนม ฉันเข้าใจดีว่าแม่ไม่ให้เพราะแม่ไม่มีเงินจะให้ ในช่วงเวลาอย่างนี้การใช้จ่ายต้องระมัดระวังมาก
สำหรับพี่สาวของฉันนั้นยิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะเขาหมดโอกาสที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยในพม่า โควิด 19 ทำให้พี่ไม่ได้เรียนโปรแกรมเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย และที่จริงมหาวิทยาลัยก็ปิด พอเห็นพ่อกับแม่ลำบากหางานไม่ค่อยได้ หารายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัวเหมือนก่อน พี่ก็เลยตัดสินใจไปทำงานด้วยอีกคน ซึ่งเงินเดือนพี่ก็ไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านอยู่ดี
พอโควิด 19 ระบาดน้อยลง พ่อของฉันก็ได้งานเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ถึงยังไงรายได้ก็ไม่ดีเท่าเดิม ยังต้องไปยืมเงินคนอื่นเสมอ ที่โชคร้ายกว่านั้นก็คือ แม่ของฉันปวดท้องเป็นโรคกระเพาะ ต้องไปหาหมอบ่อย ๆ และมีค่ารักษาไม่น้อย พ่อหาเงินได้มาเท่าไหร่ก็ใช้เป็นค่ารักษาแม่ และไม่ เหลือเงินไปต่ออายุบัตรอนุญาตทำงานของพ่อ
ในที่สุด วันหนึ่ง พ่อของฉันก็ถูกตำรวจจับ ตำรวจบอกว่าบัตรของพ่อหมดอายุแล้ว เราต้องจ่ายเงินหลายพันเพื่อไม่ให้พ่อติดคุก แม่ไม่มีหนทางอื่นนอกจากไปกู้ยืมคนอื่นมาจ่ายค่าตัวพ่อ หลังจากนั้นพ่อก็ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม ได้เงินมาเท่าไหร่ก็ต้องใช้หนี้ที่ว่านี้
เมื่อโควิด 19 ระบาดไปทั่ว ครอบครัวฉันลำบากมาก แต่ฉันก็เชื่อว่า คงไม่ใช่แค่ครอบครัวฉันหรอกที่ประสบปัญหา มีคนอื่นอีกมากมายที่ลำบากกว่าฉัน ฉันรู้มาว่ามีคนยากจนที่ฆ่าตัวตายเพราะความเครียดที่หาเงินไม่ได้ หรือเพราะกลัวว่าจะเป็นโควิดและทำให้คนอื่นลำบาก มีหมอที่ต้องแลกชีวิตกับการรักษาผู้ที่ติดเชื้อจำนวนมาก และมีเด็ก ๆ รวมถึงเด็กที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านฉันเองที่ต้องออกจากโรงเรียนและไปเป็นแรงงานเพราะพวกเขาไม่มีจะกิน

ฉันอยากให้ปัญหานี้ดีขึ้นเสียที ฉันไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องเหนื่อยไปมากกว่านี้อีกแล้ว

หมายเหตุ สว่า เฮ หม่า เขียนบันทึกนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนการระบาดระลอกล่าสุด ซึ่งมีแรงงานข้ามชาติในแม่สอดติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผลงานของเธอเป็นหนึ่งในบทความที่เพื่อนไร้พรมแดนคัดเลือกเพื่อผลิตหนังสือเล่มเล็กในภาษาพม่าในชื่อ “สมุดบันทึกโควิด” ซึ่งเป็นหนังสือเรียนรู้สิทธิมนุษยชนสำหรับเด็ก ๆ มัธยม

Related