การต่อสู้ที่พ่ายแพ้ไม่ได้ บันทึกของผู้ลี้ภัย โดย สะยา ฆา

การต่อสู้ที่พ่ายแพ้ไม่ได้ บันทึกของผู้ลี้ภัย โดย สะยา ฆา

| | Share

การต่อสู้ที่พ่ายแพ้ไม่ได้ 
บันทึกของผู้ลี้ภัย โดย สะยา ฆา

ตอนผมยังอยู่ในท้องแม่ พ่อของผมถูกทหารพม่าจับไป พวกเขาพยายามหว่านล้อมให้พ่อบอกความลับบางอย่างและร่วมมือกับพวกเขา แต่พ่อบอกว่าวีรบุรุษจะไม่มีวันทรยศต่อประชาชน  ก่อนที่พ่อจะถูกนำตัวไปจำคุก พ่อขอให้แม่ตั้งชื่อผมตามวีรบุรุษนักรบชาวมอญที่อยู่ในใจของพ่อ แล้วแม่ก็ทำตามนั้น

ในตอนผมเป็นเด็ก พ่อเล่าประวัติศาสตร์มอญให้ฟังบ่อย ๆ เขาชื่นชมวีรบุรุษนักรบของชาวมอญมาก ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนพม่า ไม่ใช่คนมอญ  พ่อบอกผมว่ามันไม่สำคัญว่าเราจะเป็นคนเชื้อชาติไหน อยู่ที่เราต้องเดินตามแนวทางที่มีศักดิ์ศรี  พ่อของผมถูกขังอยู่ 4 ปีจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา ตอนเด็ก ๆ ผมอาจจะไม่เข้าใจคำพูดของพ่อมากนัก แต่ในวันนี้ ผมเข้าใจดีแล้วว่า วีรบุรุษกับการไม่ทรยศต่อประชาชนหมายถึงอะไร

ความมืดกลับมาปกคลุมพม่าเพราะความกระหายอำนาจของกองทัพ  แสงแห่งความหวังของประชาชนถูกพัดดับวูบลงทันควัน  เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 สมองของผมตีบตื้อ  วันนั้นการสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาด สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตหายไป เราไม่เข้าใจอะไรเลยจนเมื่อสัญญาณสื่อสารทั้งหมดกลับคืนมา มันก็บอกให้เรารู้ถึงข่าวที่เลวร้าย ว่ากองทัพพม่าที่นำโดยนายพลมิน อ่อง หล่ายได้ยึดอำนาจจากรัฐบาลแล้ว ทุก ๆ คน ทั้งผู้นำรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่ผู้นำองค์กรภาคประชาสังคมมากมายถูกจับไปขังทั้งหมด

แล้วเราจะทำยังไงกันดี ใคร ๆ ก็คงมีแต่ความคิดนี้สุมอยู่ในหัว ผมจะทำอย่างไร อนาคตและความหวังของลูกหลานจะมีลมหายใจอยู่รอดภายใต้ระบอบเผด็จการอันชั่วร้ายนี้ได้อย่างไร  ถ้าหากผมนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็คงไม่ต่างกับผีดิบที่ไร้วิญญาณที่ไม่มีอนาคต ซึ่งจะต้องเป็นทาสอยู่ภายใต้รองเท้าบู๊ทของทหารไปอีกกี่ปีกี่ชาติ คำถามแบบนี้อัดแน่นในหัวของผมจนแทบระเบิด 

แล้วก็เหมือนกับคนนับหมื่นแสน ความขึ้งแค้นพาผมออกไปที่ถนน กรามขบแน่น มือกำไว้จนเจ็บ ใครต่อใครก็หลั่งไหลไปที่นั่น ทั้งคนที่ผมรู้จักและไม่รู้จัก  หนึ่งสัปดาห์หลังจากการยึดอำนาจ ถนนเต็มไปด้วยประชาชน พวกเขากู้ร้องต่อต้านรัฐประหาร เสียงนี้ดังก้องไปทั้งเมืองและทั่วทุกหนแห่งในพม่า  การต่อสู้ของพวกเราดำรงอยู่ไม่รู้จบ ประชาชนก็ส่งผ่านจิตวิญญาณของวีรบุรุษนักรบจากรุ่นสู่รุ่น  ผมร้องตะโกน บอกโลกถึงความปรารถนาและจุดยืนของผม เหมือนกับทุกคนที่นั่น

เผด็จการทหารจงพินาศ 
นี่คือสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการ
ประชาธิปไตยสหพันธรัฐจงเจริญ 
นี่คือสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการ
ปล่อยเพื่อนนักโทษการเมืองของเรา 
ปล่อยเดี๋ยวนี้ ปล่อยเดี๋ยวนี้
อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน 
คืนมันมา คืนมันมา 

ด้วยคำกู่ก้องร้องตะโกนเหล่านี้ ประชาชนแสดงออกความอัดอั้นตันใจของตัวออกมาโดยสันติ  แต่ทหารกลับปราบปรามพวกเราอย่างรุนแรง  มีคนบาดเจ็บล้มตายมากมาย คนมากกว่าสองพันคนเสียชีวิต คนนับหมื่นถูกไล่ล่าจับกุมและทารุณกรรมอย่างไร้มนุษยธรรม  แต่ยิ่งทหารโหดเหี้ยมเท่าไหร่ ประชาชนก็ยิ่งกล้าหาญไม่ท้อถอย  ความเคียดแค้นทำให้พวกเขาสู้ทั้งที่รู้ว่าตัวจะตาย  ณ บัดนั้นหยิบจับอะไรได้ก็คว้ามาเป็นอาวุธ  ทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและประชาชน แต่พวกเขากลับฆ่าฟันประชาชนเป็นผักปลา  พวกเราต้องหนีเอาชีวิตรอด คนหนุ่มสาวถูกกดดันให้หนีเข้าป่าจับอาวุธ อนาคตของชาติยอมสละชีวิตเพื่ออนาคตของเด็กรุ่นต่อไป อย่างลูก ๆ ของผม 

ทุกวันนี้ แต่ละเช้า ผมลุกขึ้นจากที่นอนโดยที่กลางคืนไม่เคยได้นอนหลับ คนพม่าที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออกหายไปหมดแล้ว แต่ละวันเราอยู่กับความขึ้งเครียด ชีวิตห้อยโหนอยู่กับเส้นด้ายบาง ๆ ที่กวัดแกว่งไปมา ไม่รู้จะถูกจับเมื่อไร ไม่มีบ้านเหลือให้กลับ และไม่รู้จะไปไหน การหนีไม่ใช่การทรยศต่อประชาชน  การต่อสู้จะต้องดำเนินต่อ เพราะมันไม่มีทางจะเป็นอย่างอื่น การต่อสู้นี้จะต้องชนะ เพราะผมนึกไม่ออกว่าเราจะทำอย่างไรถ้าพ่ายแพ้ ดังนั้นเราจึงจะต้องไม่พ่ายแพ้ แม้ว่าวันนี้จะยังไม่ชนะก็ตาม

การต่อสู้นี้จะต้องชนะ

สะยา ฆา

Related