This summer ผมไม่ว่างถ่ายวิดีโอ

This summer ผมไม่ว่างถ่ายวิดีโอ

| | Share

This summer ผมไม่ว่างถ่ายวิดีโอ
Diary of the Wild Birds

ตอนเช้า เสียงการสู้รบดังมาก มันจะมีด่านของ BGF เยอะก่อนถึงเมืองจีนฉ่วยก๊กโก่ ถ้าคนจะตีเมืองคาสิโนก็ต้องตีด่านพวกนั้น พวกเขาเผาด่านพวกนั้นก่อน ตอนนั้นพวกผม คือตัวผม แม่ พ่อได้ยินเสียงปืน แต่ก็คิดว่าเราคงไม่หนีไปไหน การจะหนีไปไหนมันไม่ใช่เรื่องง่าย การสู้รบคงมาไม่ถึงเรามั้ง  พวกเราไม่ได้อยู่ในตัวหมู่บ้านทีก่อตอ บ้านเราเป็นแค่กระท่อมในไร่อยู่ห่าง ๆ  เราไม่มีปัญญาจะมีที่ดินในหมู่บ้านที่ติดริมแม่น้ำเมยหรอก

แต่การสู้รบก็ไม่หยุด ผมขึ้นไปบนเนินเขา ไปหาสัญญาณอินเตอร์เน็ตเพื่ออ่านข่าวว่าเกิดอะไรที่ไหนบ้าง แล้วเสียงเครื่องบินรบก็มา มันดังมาก มาเร็วมาก แล้วผมก็เห็นเครื่องบินใกล้มาก ลำโต ๆ เลย ผมไม่เหมือนแม่  ผมเกิดมาไม่เคยอยู่ในการสู้รบ ไม่เคยเห็นเครื่องบินรบ ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ ผมคิดแต่ว่าผมต้องเอาชีวิตรอด ผมวิ่ง ๆๆๆๆ ลงจากเนินไปถึงป่าไผ่ของพ่อ โชคดีที่ช่วงนี้เขาเผาไร่กันหมดพื้นที่เลยโล่ง ไม่งั้นผมคงวิ่งได้ไม่เร็วขนาดนี้ จริง ๆ สมองผมแว้บคิดนะว่า นี่ผมน่าจะถ่ายวิดีโอเครื่องบินไว้ แต่ผมไม่ว่างถ่ายหรอก ผมต้องหนีก่อน 

เครื่องบินมาสองลำ มันทั้งยิงทั้งทิ้งระเบิด นานเท่าไหร่ไม่รู้  2-3 นาทีหรือ 5 นาที แต่มันนานมาก ๆ มันบินเลยภูเขาอีกสองลูก จะเรียกว่าไกลก็ได้ถ้าเราเดิน แต่เครื่องบินมันบิน ผมคิดว่ามันไม่ไกลเลย แล้วผมคิดได้ว่าในป่าไผ่นี่ก็มั่นใจไม่ได้ เครื่องบินบางทีจะเล็งที่ป่าแบบนี้เพราะคิดว่ามีทหารซ่อนอยู่  ผมเลยวิ่งต่อมาจนถึงต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ ป่า แล้วหลบอยู่ใต้ต้นไม้นั้นอีกนาน 

พอเครื่องบินมา คนในตัวหมู่บ้านผมเขาหนีข้ามแม่น้ำเมยมาแม่ระมาด แต่ผมกับพ่อและแม่อยู่ค่อนข้างข้างใน เราเลยเดินไปทางตะวันตก ไปหาบ้านคนรู้จักที่จะพึ่งพาได้  ผมไม่รู้หรอกว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ จริง ๆ อีกไม่กี่วันผมจะไปบวชเณร แต่เกิดสงครามก็เลยไม่ได้บวช ได้แต่หนี เกิดสงครามอย่างนี้ผมจะกลับมาอยู่แม่สอดได้ยังไงก็ไม่รู้ ผมอยากกลับไปอยู่แม่สอด อยู่ที่นี่มีคนชวนทำงานเยอะ เขาว่าเงินเดือนดี คอมพิวเตอร์นี่เขาบอกว่าทำง่าย ๆ อยู่สบาย ๆ ไม่ต้องโดนแดดโดนฝน แต่ผมได้ยินว่างานมันต้องโกงคน ต้องโกหก แล้วก็ต้องหลอกเอาเงินคนอื่น ผมคิดว่าผมทำไม่ได้น่ะ แล้วมีงานอื่นอีกเยอะแยะที่ผมน่าจะทำ 

ผมมาอยู่นี่ นั่งฟังเสียงปืน ผมโทรหาเพื่อนที่โรงเรียนช่าทูเหล่ เขาก็บอกว่า เห็นเครื่องบินทำไมไม่ถ่ายวิดีโอส่งให้สำนักข่าวอะไรก็ได้  ผมบอกว่า โห จะให้ผมเป็นนักข่าวเหรอ ตอนนั้นผมต้องเป็นสไปเดอร์แมนก่อน ไม่มีเวลาจะเป็นนักข่าวหรอก เอาไว้วันหลังแล้วกัน เราพูดตลกกัน  เวลาคุยกันเสียงปืนก็ยังดังอยู่  มีปืนใหญ่ด้วย  

วันนี้ผมได้ข่าวคนที่หมู่บ้านเป็นผัวเมียคู่หนึ่งที่ผมรู้จัก เขาโดนปืนใหญ่ตาย คนพ่อเป็นคนไทย อายุ 50 ได้ เขาพูดกะเหรี่ยงไม่ค่อยได้ พม่าก็ได้ไม่กี่คำ เราเรียกเขาว่า “ชัมโพยี” เขามาได้เมียคนกะเหรี่ยงโปว์บ้านเรา เมียอายุแค่ 30หน่อย ๆ  พวกเขาไม่ได้ออกมาจากทีก่อตอเมื่อวาน มันมีคนที่ยังติดอยู่ในนั้นเมื่อวาน ผมไม่รู้เลยว่าลูกเขาจะอยู่กับใคร หรือไปอยู่ที่ไหนแล้ว จะยังมีคนเหลือที่ทีก่อตอไหมผมก็ไม่รู้ ผมเพิ่งรู้ว่าวันนี้มีคนที่ัฝั่งไทยแปดพันกว่าคนแล้ว ผมอยากให้พวกเขาหนีกันมาให้หมด ผมอยากให้ทุกคนปลอดภัย

ยาโซ
สมาชิกทีม Wild Bird   เจ้าของหนังสั้นรางวัลชนะเลิศช้างเผือกพิเศษสามปีซ้อน The Misplaced Flowers, Last Summer, Last Year in A Refugee Campและสารคดี Opportunity Costs : Diary of the Wild Birds

Related