ความหวังของคุณตา

ความหวังของคุณตา

| | Share

ความหวังของคุณตา
เรื่องเล่าจากริมขอบแดนกะเรนนี-ไทย

“ตั้งแต่เกิดมาจนอายุได้ 80 ปี ตาหนีทหารพม่ามานับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่ต้องอพยพย้ายไปอยู่ที่อื่น ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สอง ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ตาก็จะหลบอยู่ใกล้ ๆ บ้านและรอเวลากลับไป  ตาใช้ชีวิตอย่างนี้มาตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ

บ้านของตาอยู่ในตำบลชาดอ ติดกับไทย ตอนเหนือติดรัฐฉาน ตะวันตกคือลอยก่อ เมืองหลวงกะเรนนี ตอนที่ตาอายุได้ 7 ขวบ (ราวปี 1948) พ่อแม่ของตาพาตาหนีไปอยู่ในรัฐฉาน  ตอนนั้น(สหภาพ) พม่าประกาศอิสรภาพและรวมเราเข้าไว้เป็นรัฐกะเรนนี อูบีตูรี ผู้นำของเราถูกลอบสังหาร แล้วก็เริ่มมีการสู้รบต่อมไม่เคยหยุด เพียงแต่ว่าจะมาถึงบ้านเราหรือไม่เท่านั้น  ตาก็โตขึ้นในสงคราม จนกระทั่งมีครอบครัวและมีลูกทั้งหมด 12 คน 

ในช่วงปี 1995 สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นเพราะว่ากองทัพพม่าเข้ามายึดถึงชายแดนได้หมด  ผู้นำของเราเสียพื้นที่ไปมาก ลูกของตาหลายคนที่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วตัดสินใจอพยพหนีเข้าค่ายผู้ลี้ภัยฝั่งไทย ตอนนั้นตาตัดสินใจว่าจะให้เขาไปก่อน ตาไม่อยากไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย มันไม่ใช่บ้านของเราและไม่มีอิสระ อีกอย่างตากับยายตอนนั้นเพิ่งมีลูกคนเล็ก ก็เลยหลบอยู่ใกล้ ๆ บ้านอยู่เหมือนเดิม  ในช่วงปีที่มีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง (2018) ตานึกดีใจว่าจะได้มีสันติภาพแล้ว แต่ก็อย่างที่เราเห็น มันล้มเหลวและไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

ถึงตอนนี้ เกิดการสู้รบหนักทุกแห่งในรัฐกะเรนนี  ตากับยายแก่แล้ว ยายอายุ 82 แล้ว จะให้หลบอยู่ในป่าต่ออีกไม่ไหวแล้ว  หลาน ๆ จึงพาเราเดินเท้ามาจนถึงที่นี่  แต่ลูก ๆ ของตาบางคนยังหลบอยู่ในป่าแถวบ้านเพราะเป็นห่วงบ้านและสัตว์เลี้ยงของเรา  จริง ๆ แล้วตาตั้งใจว่าจะมาขออยู่กับลูกในค่ายผู้ลี้ภัยฝั่งไทย ลูกมาอยู่ตั้ง 20 กว่าปีแล้ว  แต่เขาไม่ได้อนุญาตให้เราเข้าไปอยู่ในนั้น เราก็เลยต้องเดินต่อมาอยู่ในค่ายพักของผู้พลัดถิ่นที่นี่ 

ตาอยู่ที่นี่มาได้เกือบสี่เดือนแล้ว เพิงพักยังมีหลังคาไม่ครบ  ถ้าฝนตกก็เปียก ส่วนข้าวปลาอาหารนั้น ตากับยายไม่กินเยอะ ข้าวและถั่วเหลืองซีกที่เขาแจกให้นั้นก็พออิ่ม สำหรับกับข้าวอย่างอื่นนั้นต้องมีเงินซื้อและมันก็แพงเกินไป ซื้อไม่ไหว  แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เราอยู่ง่ายกินง่าย ไม่มีใครบังคับให้เรามา แต่เราตัดสินใจมาเอง ตาคิดเป็นห่วงลูก ๆ ที่ยังหลบอยู่ข้างในมากกว่า ทุกวันนี้เราก็พยายามช่วยตัวเอง ตาแค่แก่เกินกว่าจะไปหาอาหารในป่าหรือสร้างบ้านได้ ก็ทำไปในสิ่งที่ทำได้ ตาสานตะกร้าไผ่ ไม่มีใครสั่งให้ทำหรอก แต่ตาสานไว้เผื่อขายเอาเงินมาซื้ออาหารหรืออะไรได้บ้าง  ยังไงตอนนี้ตาก็ยังกลับไปอยู่บ้านไม่ได้

ความหวังในอนาคตหรือ ตาแก่ลงทุกวัน ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปถึงเมื่อไร จะตายลงวันไหน จะให้บอกว่าจะต้องทำอย่างไรนั้นตาบอกไม่ถูกหรอก แต่ตาอยากให้เด็ก ๆ หนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้ไปโรงเรียน ได้มีการศึกษา มีความรู้มาก ๆ  การถือปืนไปสู้กับศัตรูอย่างเดียวนั้นไม่พอ  เราต้องมีความรู้ไปเอาชนะเขา ตารู้อยู่เท่านี้

********

ภาพประกอบ : คนกะเรนนี

Related